Cagette Canteen & Deli – รีวิวร้านอาหารฝรั่งเศสที่อร่อยย่านสาทร!

รีวิว Villa Frantzen: สัมผัสประสบการณ์อาหารนอร์ดิก 3 ดาวมิชลินในหัวใจของกรุงเทพฯ

Villa Frantzen

สวัสดีค่ะทุกคน

ชิฟูมิ มายด้า ผู้บริหารสาวคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาชมบล็อก

“รีวิวจริงจากผู้บริหารสาวคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย” นะคะ

วันนี้ขอแนะนำร้าน “Villa Franzen” ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา

จริงๆแล้วเป็นร้านอาหารที่ดิฉันเกิดสนใจมาสักพักแล้ว

ดิฉันมักจะขับผ่านซอยเย็นอากาศ 3 ที่ตั้งของร้าน Villa Frantzen

อยู่บ่อยๆ แต่เห็นเป็นบ้านเดี่ยวที่กำลังสร้างอยู่ตลอด

คิดว่าน่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 7 ปี

บ้านเดี่ยวหลังนี้เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่

ตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าบ้านหลังนี้จะสร้างเป็นอะไร

แล้วสุดท้ายก็สร้างเสร็จเป็นร้านอาหารสุดหรู

Villa Frantzen
A view of the restaurant.

เป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างจองได้ยาก แต่ในที่สุดก็จองได้และมีโอกาสได้ไปทานสักที

Contents

ประวัติและเรื่องราวของ Villa Frantzen: จุดเริ่มต้นของร้านอาหารนอร์ดิก 3 ดาวมิชลินจากสวีเดน

ร้าน Villa Franzten เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 โดยเชฟชาวสวีเดน บยอร์น ฟรันต์เซน (BJÖRN FRANTZÉN)

ตัวร้านตั้งอยู่ที่ซอยเย็นอากาศในกรุงเทพฯ

Frantzen สาขาหลักเปิดให้บริการเมื่อปี 2008 ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

เป็นร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินจากประเทศสวีเดน

เชฟฟรันต์เซนได้รับการขนานนามให้เป็น “เชฟเหนือเชฟ” จากนักวิจารณ์อาหารชาวสวีเดนในปี 2013

ร้าน Villa Frantzen สาขากรุงเทพฯ ที่เพิ่งเปิดตัวนี้

นำทีมโดยเชฟชาวสวีเดน มาร์ติน เอนสตรอม (Chef MARTIN ENSTRÖM)

ร้าน Villa Frantzen สาขากรุงเทพฯ

เป็นร้านอาหารที่เหมือนคฤหาสน์ในสวนที่จัดอย่างสวยงามเหมาะสมกับชื่อวิลล่า

ภายในร้านออกแบบและตกแต่งโดยนักออกแบบหญิงชาวสวีเดนสามคน

จากบริษัทออกแบบ Joyn Studio ในประเทศสวีเดน

ตัวร้านมีบรรยากาศแบบ “นอร์ดิกผสมผสานกลิ่นอายเอเชีย”

ให้ความรู้สึกเหมือนนำยุโรปตอนบนแถบสแกนดิเนเวียมาผสมกับความคึกคักของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว

แถมยังสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเชฟที่ให้ความเคารพต่อเอเชียและประเทศไทย    

เริ่มหิวละ รีบเข้าไปในร้านกันเลยดีกว่าค่ะ

รีวิว Villa Frantzen: สัมผัสประสบการณ์อาหารนอร์ดิก 3 ดาวมิชลินในหัวใจของกรุงเทพฯ

บรรยากาศและการตกแต่งภายใน Villa Frantzen: สัมผัสความหรูหราแบบนอร์ดิก

อย่างที่บอกไปว่าร้าน Villa Frantzen แห่งนี้สมกับที่ตั้งชื่อเป็นวิลล่า

พอเข้าไปก็จะเห็นคฤหาสน์สีขาวอยู่ในสวนสีเขียวที่จัดอย่างสวยงาม

Villa Frantzen
ตัวตึกร้านอาหาร

พอเข้าไปด้านใน ส่วนของร้านอาหารจะอยู่ด้านขวามือ และมีบาร์อยู่ด้านซ้ายมือ

มีที่จอดรถกว้างขวางอยู่ส่วนด้านใน

พอดีจองไว้ตอน 17:30 แต่มาถึงเร็วเลยมานั่งรอที่บาร์ค่ะ

Bar at Villa Frantzen
บริเวณทางเข้าบาร์

ตัวร้านออกแบบเป็นเพดานสูงเพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามา

มีความเรียบง่าย โปร่งสบาย แต่จัดระเบียบดี ฟังก์ชันการใช้งานครบ

Bar at Villa Frantzen
บรรยากาศบริเวณบาร์

สีสันไม่ฉูดฉาด มองแล้วสบายตา เป็นพื้นที่ที่สามารถผ่อนคลายได้อย่างสบายใจ

นั่งรอที่นี่ได้จนกว่าจะถึงเวลาที่จองไว้

และยังเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มสบาย ๆ หลังอาหารได้อีกด้วย

และแล้วก็ถึงเวลาที่จองไว้เลยมูฟไปที่โซนร้านอาหารค่ะ

มีพนักงานมานำทางให้ สิ่งแรกที่เห็นเลยคือครัวแบบเปิด

restaurant at Villa Frantzen

มองเห็นห้องครัวได้จากที่นั่ง จึงสามารถเพลิดเพลินกับการทานอาหาร

พร้อมดูลีลาการทำอาหารที่สวยงามและหลากหลายไปพร้อมกันได้

Villa Frantzen
บรรยากาศโซนห้องครัวที่มองจากที่นั่ง

ร้าน Villa Frantzen ค่อนข้างเน้นไปทางแถบสแกนดิเนเวียและสวีเดน

ทั้งการออกแบบ การตกแต่งภายใน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารล้วนผลิตในประเทศสวีเดน

IKEA ก็มีในไทยแล้ว ทำให้พอจะคุ้นเคยกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวียบ้าง

แต่พอเห็นโต๊ะและเก้าอี้ที่ใช้ใน Villa Frantzen

ท่ามกลางความเรียบง่ายกลับสัมผัสได้ถึงความหรูหราและสวยงามไปด้วย

จานอาหารสวยงามนี้เป็นผลงานของ Calle Forsburg ช่างปั้นดินเผาชาวสวีเดน

Calle Forsburg
Swedish potter Calle Forsburg

ความอุ่นของดินปั้นผสมผสานกับสีเคลือบเงาที่เข้มข้น ทำให้นึกถึงอุปกรณ์ชงชาของญี่ปุ่น

พอเห็นแล้วอยากดูว่าเป็นจานอะไร เลยเสียมารยาทพลิกกลับดูใต้จาน

แก้วแต่ละใบขัดเงาไม่มัวและแวววาวสวยงามจริงๆ

Villa Frantzen

แม้แต่ช้อนส้อมก็สวยตื่นตาตื่นใจมาก

Villa Frantzen

ตอนเลือกเนื้อเป็นคอร์สจานหลักจะมีมีดมาให้เลือกด้วยค่ะ

Morakniv
MoraKniv

มีดนี้ผลิตโดย MoraKniv ผู้ผลิตมีดของสวีเดนซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1891

มีขายในร้านขายสินค้าอุปกรณ์กลางแจ้ง (Outdoor Shop) ในประเทศไทยด้วย

รู้สึกได้ถึง “ความงามที่ใช้งานได้จริง” ของสวีเดน

ที่ Villa Frantzen แห่งนี้ คุณจะสามารถดื่มดำกับความเป็นสวีเดนได้อย่างเต็มที่

เรื่องอาหารไว้เล่าทีหลัง แต่ตอนนี้ขอเพลิดเพลินกับกลิ่นอายสวีเดนของร้าน Villa Frantzen แห่งนี้ก่อน

Villa Frantzen

รีวิวเมนูอาหารที่ Villa Frantzen: อาหารนอร์ดิกที่คุณไม่ควรพลาด

วันนี้ดิฉันมาทานเป็นมื้อเย็น

ส่วนมื้อกลางวันจะมีเฉพาะวันเสาร์กับวันอาทิตย์เท่านั้น

มื้อเย็นเป็นอาหารแบบคอร์ส มีทั้งหมด 6 คอร์ส

สามารถสั่งหอยนางรมและคาเวียร์ทานเพิ่มก่อนมื้ออาหารได้อีกด้วย

Menu at Villa Frantzen
เมนูวันนี้
Menu at Villa Frantzen
เมนูวันนี้

คอร์ส 1 ถึง 5 เป็นเมนูอาหาร เลือกได้ 1 อย่างจาก 2 เมนูนี้

ส่วนคอร์สที่ 6 เป็นของหวาน ให้เลือก 1 อย่างจาก 3 เมนู

สามารถจับคู่ไวน์กับอาหารได้ 6 แก้ว

Menu at Villa Frantzen
เมนู Wine pairing วันนี้

สำหรับคนที่ไม่ถนัดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็สามารถจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มอื่นที่ไม่มีแอลกอฮอล์ได้

Menu at Villa Frantzen
เมนูเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในวันนี้

ขนมปังจะถูกเสิร์ฟให้ทานก่อนเสิร์ฟอาหาร

ขนมปังนี้เรียกว่า “Kavring” เป็นขนมปังแบบดั้งเดิมจากตอนใต้ของสวีเดน

หมักด้วยยีสต์ที่ใช้หมักทำเบียร์  มีจุดเด่นคือออกรสหวานนิดๆ

Villa Frantzen
Kavring ขนมปังจากแป้งดาร์กไรย์แบบสวีเดน เสิร์ฟคู่กับเนยเค็มฝรั่งเศส Bordier

อาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่รู้สึกรสชาติคล้ายกับขนมปังน้ำตาลทรายแดงมาก

พอทานขนมปัง Kavring แล้ว คอร์สแรกก็มาเสิร์ฟ

คอร์สแรก ดิฉันกับสามีสั่งเป็น “Cured Norwegian salmon & beer poached king crab”

Villa Frantzen
Cured Norwegian salmon & beer poached king crab เสิร์ฟพร้อมด้วยไข่ปลาเทราท์ อะโวคาโด ฮอร์สเรดิช และแตงกวาเปรี้ยว

สีสันสวยงามเหมือนกล่องเครื่องประดับชวนให้นึกถึงชิราชิซูชิของญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงยุโรปตอนเหนือแถบสแกนดิเนเยีย ต้องนึกถึงปลาแซลมอน เลยต้องขอสั่งสักหน่อย

คอร์สแรกจะมีรสชาติอ่อนๆ

มีทั้งเค็ม หวาน เปรี้ยว เข้ากันได้อย่างลงตัว เสริมรสด้วยวาซาบิและผักชีฝรั่ง

เพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มของไข่ปลาเทราท์ที่มีขนาดเล็กกว่าไข่ปลาแซลมอน

จับคู่กับไวน์องุ่นขาวรีสลิ่ง (Riesling) จากเยอรมัน

Villa Frantzen

พูดถึงไวน์เยอรมัน จะนึกถึงไวน์ที่มีรสหวาน ไวน์ริสลิ่ง (Riesling) เองก็ให้รสหวานเช่นกัน

เป็นไวน์รสหวานก็จริง แต่ก็มีความขมนิดๆ

ช่วยดึงรสชาติโดดเด่นของวัตถุดิบแต่ละประเภทผสานเข้ากับเนื้อปลาแซลมอนได้เป็นอย่างดี

แต่ดิฉันไม่ค่อยถนัดดื่มแอลกอฮอล์ เลยดื่มแค่สปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้ว

Villa Frantzen

คอร์สที่สอง สามีสั่งเป็น “Cauliflower chawanmushi”

Chawanmushi คืออาหารญี่ปุ่นค่ะ

Villa Frantzen
Cauliflower chawanmushi: ชาเห็ดยีสต์, มะนาว, น้ำมันหญ้าแห้ง, โหระพา & ถั่วลันเตา

ดูหน้าตาอาหารแล้วไม่ค่อยเหมือนไข่ตุ๋นชาวังมูชิญี่ปุ่น แต่รสชาติใกล้เคียง “ชาวังมูชิ”

ทานไปก็รู้สึกแปลกที่รสชาติช่างต่างกับหน้าตาอาหารมาก

ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นชาวังมูชิที่นิยมทานกันในญี่ปุ่น หน้าตาจะประมาณนี้

เพิ่มเติม: ไข่ตุ๋นชาวังมูชิคืออะไร?

อาหารญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมต่างๆ เช่น เห็ดหอม แปะก๊วย คามาโบโกะ ไก่ กุ้ง และไข่ที่ตีผสมกับน้ำซุป

ลงในชามทรงกระบอกแล้วนำไปนิ่ง เป็นเมนูที่เลือกใส่ส่วนผสมได้ตามใจชอบ

ในฤดูร้อนจะทานแบบเย็น โดยแช่เย็นหลังปรุงเสร็จและราดน้ำซุปเย็นๆ

ส่วนในฤดูหนาวจะทานแบบร้อน เป็นอาหารที่ใครๆ ก็สามารถทำทานเองที่บ้านได้

ส่วนดิฉันสั่งเป็น Jerusalem artichoke & vendace roe ค่ะ

Villa Frantzen
Jerusalem artichoke & vendace roe: กุยช่ายฝรั่ง, น้ำมันเรพซีดสกัดเย็น, หัวหอมบาร์บีคิวและครีมสด

เป็นอีกหนึ่งจานที่อร่อยมาก ให้รสเปรี้ยวสดชื่น เคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึง artichoke แบบบางเบา

บวกกับครีมที่ช่วยให้รสเปรี้ยวอ่อนลง

จับคู่กับไวน์ฝรั่งเศส

ดูเหมือนว่าในปีนี้จะเป็นไวน์ที่ได้รับการจัดลำดับสูงกว่าปีอื่นๆ

Villa Frantzen

เป็นไวน์ขาวที่มีรสผลไม้อ่อนๆ

ตามด้วยจานที่ 3 สามีสั่งเป็น Grilled scallops & fermented parsnips ค่ะ

Villa Frantzen
Grilled scallops & fermented parsnips: เห็ดทรัฟเฟิลดาชิ หัวหอมใหญ่ และน้ำมันอัลมอนด์

ให้รสชาติใกล้เคียงกับอาหารญี่ปุ่น

มีรสเค็มแบบซอสโชยุ

จับคู่ไวน์กับสาเกญี่ปุ่นจากจังหวัดเกียวโต

Villa Frantzen

แน่นอนว่าจานนี้เข้ากับสาเกญี่ปุ่นได้ดีกว่าไวน์

สาเกรสขมกับความเค็มของหอยเชลล์ และรสชาติของโชยุเข้ากันได้เป็นอย่างดี

ส่วนดิฉันเลือกเป็น Cold poached lobster & rhubarb

ก่อนหน้านี้เคยทาน “rhubarb” ตอนไปที่ร้าน “Blue by Alain Ducasse” มาแล้ว

ครั้งนี้เลยเป็นประสบการณ์ครั้งที่สองค่ะ

Villa Frantzen
Cold poached lobster & rhubarb: น้ำมะเขือเทศและวานิลลา พริกไทยดำ อัลมอนด์ น้ำมันมะกอก และโหระพา

ความหวานและเค็มของเนื้อกุ้งล๊อบสเตอร์ผสมผสานกับเนื้อสัมผัสและรสชาติของอัลมอนด์ดิบ

บวกกับความเปรี้ยวของมะเขือเทศและรูบาร์บ ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับกุ้งล๊อบเตอร์ได้เป็นอย่างดี

ทานแล้วสัมผัสได้ถึงน้ำวานิลลาอ่อนๆ อร่อยมากเลยค่ะ

ต่อไปเป็นจานหลัก

จานหลักเราสองคนเลือกเป็น “Duck & foie gras” เหมือนกันค่ะ

Villa Frantzen
Duck & foie gras: ซอสหน่อไม้ฝรั่งหมัก ยอดสน ไซตรัสเฮริ์บ มิ้นต์และถั่ว

ดิฉันเคยทาน Duck & foie gras มาหลายร้านแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเสริ์ฟพร้อมกับซอสหวาน

แต่ที่ Villa Frantzen จะคุมไม่ให้ออกรสหวานเกินไป

จึงเป็นอีกหนึ่งจานที่ทานง่ายสำหรับดิฉันที่ไม่ถนัดอาหารหวาน

เนื้อเป็ดและฟัวกราส์ปรุงสุกกำลังดี

กินไปก็คิดไปว่าเชฟใช้ระดับไฟได้เหมาะกับวัตถุดิบมาก อาหารที่ได้ออกมาเลยมีรสชาติอร่อยที่สุด

จานนี้จับคู่กับไวน์แดงโปรตุเกส

Villa Frantzen

เป็นไวน์ฟูลบอดี้ โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของดินและไม้โอ๊ค

แต่กลับรู้สึกดื่มง่าย ไม่รู้สึกว่าหนักไป

อาหารทุกจานทานง่าย รสเค็มกำลังดี

แต่ละจานมีเอกลักษณ์ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินกับการทานอาหาร

ปิดท้ายด้วยของหวาน

สามีดิฉันชอบทานของหวานมาก จึงเลือกเป็น “Smoked ice cream 2.0”

โกโก้ให้ทั้งรสขมและหวาน มี “รสเค็ม” นิดๆ ทั้งที่เป็นของหวาน แต่ก็สดชื่น

สามีบอก เป็นของหวาน แต่ “เค็ม”…..

ทานคู่กับไวน์ขาวสเปน

Villa Frantzen

รสชาติผลไม้ชวนให้นึกถึงผลไม้รสเปรี้ยวและผลไม้เมืองร้อน

เข้ากันได้ดีกับความขมของโกโก้และรสเค็มที่ผสมมาในจาน

เป็นเมนูปิดท้ายสำหรับล้างปากได้เป็นอย่างดี

ส่วนดิฉันเลือกเป็น “Blood orange sorbet” ค่ะ

Villa Frantzen
Blood orange sorbet: มูสอู่หลง ส้มโอ และเฮเซลนัทคั่ว

เป็นอีกหนึ่งจานที่ทานไปแล้วรู้สึกสดชื่นมาก

จานนี้ก็ออกรสเค็มเช่นกัน

ส้มโอจัดวางกระจายอยู่ใต้เชอร์เบทส้ม มีรสชาติเปรี้ยวหวานผสมกับรสเค็ม

เป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ

ความรู้สึกสำหรับอาหารในวันนี้คือ รสชาติอ่อน

แต่ละจานมีปริมาณที่กำลังดี ทานได้ไม่เบื่อ และรู้สึกว่าน่าจะพอทานได้อีกนิด

ซึ่งดิฉันคิดว่าประมาณนี้แหละกำลังดีเลยค่ะ

หลังจบคอร์ส ทางร้านก็เสิร์ฟขนมหวานปิดท้ายเป็น Petit Four รสราสเบอร์รี่

ได้สัมผัสทั้งกลิ่นอายของสวีเดนสอดแทรกรสชาติแบบไทย

พอทานจนอิ่มหนำแล้วก็ได้เวลาออกจากร้าน Villa Frantzen แล้วค่ะ

คำแนะนำในการแต่งกายเมื่อไปทานอาหารที่ Villa Frantzen

การแต่งกายควรเป็นแบบ Smart Casual

ผู้ชายควรใส่กางเกงขายาวกับรองเท้าหุ้มส้น

Villa Frantzen

ราคาและความคุ้มค่าของอาหารที่ Villa Frantzen

ราคาอาหารมีดังนี้

มื้อกลางวันและมื้อเย็นใช้เมนูเดียวกัน

Lunch 6 คอร์ส (4,200บาท) เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น

Dinner 6 คอร์ส (4,200 บาท)

Wine pairing (จับคู่ไวน์) 6 แก้ว (1,890 บาท++)

Non-Alcoholic pairing (จับคู่เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์) 5 แก้ว (1,500 บาท++)

ราคาข้างต้นยังไม่รวม Service charge และ VAT 7%

ข้อดีและข้อด้อยที่คุณควรรู้ก่อนไปทานอาหารที่ Villa Frantzen

ข้อดีของร้าน Villa Frantzen

อยู่กรุงเทพฯ ก็สามารถลิ้มรสชาติอาหารสวีเดนได้

ร้านอาหารอยู่ใจกลางย่านที่พักอาศัย ให้บรรยากาศที่เงียบสงบ

อาหารมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ร้านอาหารมีความกันเองและสะดวกสบาย

การตกแต่งภายในสวยงามควรค่าแก่การชม

ลูกค้าค่อนข้างเยอะ ให้บรรยากาศที่คึกคัก

ข้อด้อยของร้าน Villa Frantzen

จับคู่ไวน์ได้ 6 แก้ว อาจจะมากไปสำหรับคนที่ไม่ถนัดดื่มเหล้า

จองยาก

เดินทางไปร้านได้ด้วยรถยนต์เท่านั้น (ไกลจาก MRT และ BTS)

ทุกอย่างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Villa Frantzen: สถานที่, การจอง, และอื่น ๆ

ที่ตั้ง: เลขที่ 7 ซอยเย็นอากาศ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120

Villa Frantzen

この記事が気に入ったら
フォローしてね!

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!

กรุณาแสดงความคิดเห็นหากคุณชอบบทความนี้

コメントする

Contents